ปลูกผักปลอดสาร กินเองในบ้าน

                 เสียงปี่เสียงกลองเริ่มต้นการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. อย่างเป็นทางการดังขึ้นแล้ว หลังจากตัวเก็งหลายคนออกมารำไหว้ครู ประชันกันพอหอมปากหอมคอ

                 ผู้สมัครคนไหนมีโครงการ นโยบายเด็ด ๆ ที่อุบไต๋กันไว้ ก็ต้องมาโฆษณากันช่วงนี้แหละ ส่วนผู้ว่าพิจิตร ซึ่งกำลังจะโบกมือลาชาว กทม. ไปเร็วๆ นี้ ก็ไม่น้อยหน้า พยายามฝากผลงานส่งท้ายไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสวนธนบุรี หรือสนามหลวง ๒ ที่เพิ่งเปิดกันไปเร็ว ๆ นี้ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าสถานที่ดูยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ เหตุไฉนจึงรีบเปิดนัก ก็พอเข้าใจกันได้ว่าขืนรอช้าไปกว่านี้ก็เหมือนส่งอ้อยเข้าปากช้างนั่นเอง

                 หรือโครงการผักปลอดสารพิษในตลาด ที่ดูท่าทางขึงขังเอาจริง แต่พอเจาะลึกไปถึงกระบวนการคัดเลือกตรวจสอบผักที่เอามาขายแล้ว บอกตามตรงชาว กทม. ยังไม่มีใครวางใจว่าผักในตลาดจะปลอดสารจริง แต่ขอเชียร์โครงการนี้ให้ดำเนินการเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน

                 จะมามัวแต่หวังพึ่งให้ผู้ว่า กทม. มาช่วยดูแลเรื่องนี้ฝ่ายเดียว ก็ดูกระไรอยู่ จึงอยากเชิญชวนให้ชาวเมืองทั้งหลาย ลองมาปลูกผักปลอดสารกินเองในบ้านบ้าง รับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

                 การปลูกผักกินเองในบ้านไม่ได้ยุ่งยากดังที่หลายคนคิด เพราะพืชผักที่เรากินกันอยู่ทุกวันใช่ว่าจะปลูกขึ้นได้ยากเย็นแสนเข็ญแต่อย่างใด วิธีการก็แสนง่าย ไม่ได้มีอะไรที่สลับซับซ้อน ยิ่งพื้นที่สำหรับปลูกด้วยแล้วไม่ใช่ปัญหา ปลูกผักกินเองในบ้านไม่จำเป็นต้องยกร่อง ลงแปลงใหญ่โต สามารถปลูกได้ง่าย ๆ ในกระถาง หรือจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กระป๋อง แก้ว ถ้วย ถังพลาสติก ยางรถยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย อันนี้แล้วแต่ใครจะคิดค้น สรรหานำออกมาใช้

                 การเริ่มต้นปลูกผัก ให้สร้างกำลัง ป้องกันความท้อแท้หมดหวัง ด้วยการปลูกผักชนิดที่ขึ้นได้ง่ายๆ ก่อน เอาชนิดที่ว่าปลูกแล้วไม่ตายแน่ ๆ พวกผักชี, สะระแหน่, โหระพา, ผักบุ้ง เป็นต้น รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ เห็นผลทันตา ปลูกง่าย ขึ้นเร็ว แค่ปักต้น หรือ กิ่งลงดิน ไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ยอดอ่อน ใบอ่อน แตกมาตามต้นให้เห็นแน่ๆ

                 ผักที่นำมาปลูกกินเองได้มีหลายชนิด หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นพวกผักพื้นบ้าน เช่น กระถินริมรั้ว ตำลึงรอบ ๆ บ้าน ผักสวนครัวต่าง ๆ พริก หอม ตะไคร้ มะกรูด ข่า กะเพรา แมงลัก เล็บครุฑ ฯลฯ หรือจะปลูกผักสมุนไพรก็เข้าทีดี อย่างฟ้าทะลายโจร, ว่านหางจระเข้, ขมิ้น, หญ้าหนวดแมว หรือดาวเรือง ที่นอกจากเป็นยาแล้ว ยังสามารถเป็นไม้ประดับได้สวยงาม โดยเฉพาะดาวเรือง ที่จะเป็นได้ทั้งสมุนไพร ไม้ประดับแล้ว ยังช่วยป้องกันแมลงได้หลายชนิด บรรดาคะน้า กะหล่ำปลี ผักบุ้งไทย ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม หรือแม้แต่มะเขือเทศ ก็สามารถปลูกได้ง่ายไว้กินเองในบ้าน

                 ง่ายที่สุดเห็นจะเป็นปลูกผักแบบปักชำ ต้นหอม, หอมใหญ่, หอมแดง, กระเทียม ปลูกแบบปักชำหัว ใช้หัวที่ตากแห้งสนิท แต่ยังคงมีรากอยู่ เพราะถ้าไม่มีรากปลูกยังไงก็ไม่ขึ้น เอาด้านล่างปักลงไปให้เสมอดิน ประมาณ ๑ สัปดาห์ก็จะเริ่มงอกออกมา ข่า เอามาตัดเป็นท่อนหนึ่งยาวประมาณ ๒ นิ้ว แล้วปักลงในดิน ฝังกลบ จะแตกหน่อเอง

                 สะระแหน่, แมงลัก, โหระพา ปลูกแบบปักชำกิ่ง เลือกกิ่งแก่ๆ จะแตกง่าย แช่น้ำไว้ ๑ คืนจากนั้นนำมาปักลงดินเฉียงๆ รากมันจะงอกตามข้อ สะระแหน่จะไม่ชอบแดดมาก ชอบกึ่งร่มกึ่งแดด จะปลูกเป็นผักแขวนก็ได้ เป็นไม้ประดับ ส่วนแมงลัก โหระพาก็ลงดินปักสัก ๕–๖ กิ่ง จะแตกงาม

                 ผักบุ้ง ปลูกแบบปักชำต้นก็ได้ ปลูกง่าย นำต้นผักบุ้งที่ยังมีรากอยู่ปักลงดิน ตามข้อของผักบุ้งจะงอกใบออกมา หรือจะปลูกโดยใช้เมล็ดก็ไม่ว่ากัน ปลูกขึ้นได้ง่ายทั้งสองแบบ แล้วแต่ใครจะเลือกแบบใด ผักบุ้งชอบน้ำ ใส่กระถางที่ไม่มีรูก็ได้ น้ำขังอยู่ก็ไม่ตาย

                 สำหรับการปลูกแบบปักชำควรปลูกตอนเย็น เพราะถ้าทำตอนเช้ามันจะผ่านแดดตอนกลางวัน ซึ่งร้อนมากทำให้ตายได้จึงควรปักชำตอนเย็น ช่วงระหว่างกลางคืน และเช้าให้เวลาฟักตัว จะมีโอกาสรอดมากกว่าปักชำตอนเช้า

                 ปลูกผักแบบเพาะเมล็ด ใช่ว่าจะยุ่งยาก ผักกาดหอม คะน้า กะหล่ำปลี พวกนี้ขึ้นง่าย อยู่ได้เป็นปี การปลูกต้องใช้กระถางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐ นิ้ว ขึ้นไป เพราะรากผักพวกนี้จะลึก ปลูกเพียง ๑ เมล็ดก็ได้ แต่หนึ่งเมล็ดหากไม่มั่นใจว่าจะงอกหรือไม่ ในกระถางก็อาจโรยไว้ ๓–๔ เมล็ด โรยห่าง ๆ กัน เอาดินกลบไว้ เอาฟางคลุม แล้วรดน้ำ โดยใช้ฝักบัวตาถี่ ไม่เกิน ๑ สัปดาห์ก็งอก

                 ถ้าคะน้าประมาณ ๕-๗ วันก็งอก อย่างผักบุ้งก็แค่ ๓ วัน ปูเร่ ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านทางใต้ก็เช่นกัน ปลูกเหมือนคะน้า เพราะเป็นตระกูลเดียวกัน มีอายุนานประมาณ ๒ ปี เพิ่งปลูกช่วงแรกไม่โดนแดดก็ดี แต่พองอกแล้วต้องให้โดนแดดบ้างช่วงเช้า อย่าให้โดนทั้งวัน ประมาณ ๑ เดือน ให้น้ำเช้าเย็น สำหรับคะน้าต้องโดนแดด ถ้าไม่โดนแดดไม่ค่อยโต โดนแดดทั้งวันไม่มีปัญหา

                 ใบบัวบก, พริก โรยเมล็ดเพาะกล้า จากนั้นใช้วิธีแยกกอออกมา ใบบัวบกชอบอยู่ในร่ม ให้น้ำสม่ำเสมอ ขึ้นง่าย ส่วนพริกควรใช้กระถางใหญ่ พริกส่วนใหญ่พุ่มจะใหญ่

                 กะเพรา จะขึ้นยากกว่า แมงลัก กับโหระพา จึงควรใช้เมล็ดเพาะ จะโตง่าย ออกดอก ดอกก็จะร่วงลงดินขึ้นมาเป็นต้นเล็กๆ อีก

                 ตำลึง หาเหง้าของมัน พอให้มีหาง มีรากอยู่บ้าง แล้วปักลงไป ตำลึงปลูกง่ายมาก ตำลึงที่นิยมปลูกกินคือตำลึงตัวเมียมีใบเรียบๆ ถ้าใบหยักๆ จะเป็นตำลึงตัวผู้ เอาไม้มาปักเป็นหลักให้ตำลึงเลื้อย ช่วงแรกมันจะตั้งตัวอยู่ ๒–๓ วัน แล้วจะเริ่มแตกใบออกมา พอเริ่มแตกใบอ่อนเพลี้ยจะตามมา ใช้น้ำสบู่ฉีดอยู่ช่วงหนึ่ง เพลี้ยก็จะหมดไปเอง

                 เห็นอย่างนี้แล้วมาปลูกผักกินเองในบ้านกันดีกว่า ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ยุ่งยากจนเหนื่อยหน่าย ให้ผลทันตาทันใจคนปลูก เป็นการผักผ่อนคลายเครียดได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน ที่สำคัญปลอดภัยไร้สาร เป็นผลดีทั้งต่อตัวคุณเอง และครอบครัวของคุณ


ที่มา
http://www.khonnaruk.com